weerawat's profileMR.Boy (we_boy@hotmail.c...PhotosBlogLists Tools Help
No list items have been added yet.
There are no music lists on this space.

Video

No content has been added yet.

MR.Boy (we_boy@hotmail.com)

Teana-Club
June 07

ขอบคุณทุกท่าน..

หายไปน้านนาน..เกือบสองปี..ไม่ได้  UP เลย...ขออภัยไม่มีเวลาจริงๆ
 
เอาอย่างนี้แล้วกัน..ครายมาเยี่ยมชม...ขอให้ ...ร่ำรวยๆๆๆ ถูกหวย ได้แฟนดีอยู่ในโอวาท 555
December 13

5 อัศวิน พิชิตความอ้วน!

5 อัศวิน พิชิตความอ้วน!  
รู้หรือไม่ว่า ที่จริงแล้วร่างกายของเรานั้นสามารถสร้างคอลลาเจนได้เองอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ปริมาณคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย อันเป็นที่มาของความอ้วนและโรคต่าง ๆ อย่างหลอดเลือดอุดตัน และหัวใจวายได้ในที่สุด

แล้วรู้อีกไหมว่า อาหารบางประเภทนั้นธรรมชาติเขาสร้างมาเพื่อช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลในร่างกายให้อยู่ในภาวะที่สมดุล เรียกว่าเป็นอัศวินที่ธรรมชาติส่งมาช่วยมวลมนุษยชาติเลยทีเดียว (ว่าไปนั่น) ซึ่งอัศวินเหล่านี้มีอยู่ 5 คนด้วยกัน ไปทำความรู้จักกับอัศวินพิชิตอ้วนกันดีกว่า

  1. มะเขือ
    ในมะเขือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเปราะ มะเขือพวง มะเขือเทศ ล้วนมีสารอาหารที่ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลอย่าง วิตามินพี หรือ ไบโอฟลาโวนอยด์ และโพแทสเซียม ดังนั้น การรับประทานมะเขือทั้งหลายเข้าไปจึงช่วยให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันและคอเลสเตอรอลได้ดียิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ในแกงกะทิทั้งหลายจึงมักมีมะเขือเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย อย่างนี้แล้วเมื่อรับประทานแกงกะทิที่มันมาก ๆ ก็ควรรับประทานมะเขือเข้าไปด้วย เพราะนอกจากทำให้ไม่อ้วนแล้ว มะเขือยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันผนังเส้นเลือดแข็งตัว และทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติอีกด้วย

  2. ถั่วเหลือง
    อัศวินคนที่สองผู้นี้อุดมไปด้วยโปรตีน เส้นใย วิตามินบี 1 บี 6 และบี 12 กรดโฟลิก คลอไรด์ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไขมันไม่อิ่มตัว (ไขมันดีสำหรับร่างกาย) และที่สำคัญที่สุดคือ ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานเมล็ดถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ฯลฯ รับรองว่าไม่อ้วน ทั้งยังชะลอความแก่และป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย

  3. หอมหัวใหญ่
    หอมหัวใหญ่นั้นเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการลดความอ้วน ทั้งนี้เพราะหอมหัวใหญ่มีคุณสมบัติที่ช่วยเผาผลาญไขมันและลดไขมันได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดความดันน้ำตาลในเลือด และบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ธาตุเดินไม่ปกติได้อีกด้วย ดังนั้นในเมนูไข่ทั้งหลายที่เต็มไปด้วยคอเลสเตอรอลจึงควรใส่หอมหัวใหญ่ลงไป แล้วถ้าใครไม่ชอบรับประทานหอมหัวใหญ่ เพราะรู้สึกว่ามีกลิ่นแรง รสฝาด ขอแนะนำว่าให้ปรุงให้สุกเสียก่อน แล้วหอมหัวใหญ่จะมีรสหวานอร่อยมาก ทางที่ดีควรรับประทานหอมหัวใหญ่ให้ได้ทุกวัน วันละ 3 – 4 หัว โดยสับให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วนำไปต้มหรือนึ่ง อาจเหยาะเกลือเพิ่มรสชาติเล็กน้อยก็ได้

  4. กระเทียม
    แม้ว่าคุณสมบัติหลัก ๆ ของกระเทียมจะช่วยสร้างระบบการสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก หรือถ้าทานสด ๆ จะช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ด้วยก็ตาม แต่กระเทียมยังช่วยขับคอเลสเตอรอลออกจากร่างกายได้อีกด้วย เพราะการรับประทานกระเทียมจะทำให้ระบบเผาผลาญไขมันทำงานได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ ดังนั้นในอาหารคาวจานต่าง ๆ จึงควรใส่กระเทียมสดเข้าไปด้วย รับรองว่าเห็นเล็ก ๆ อย่างนี้ แต่คุณสมบัติคับแก้วมาก

  5. แอปเปิล
    ถ้าคุณหิวจนตาลายแต่ยังไม่ถึงเวลาอาหาร แอปเปิลสักลูกจะช่วยลดความหิวได้ดี เพราะแอปเปิลมีแป้งและน้ำตาลในรูปของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75% ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำตาลพิเศษชนิดนี้ได้รวดเร็ว และนำไปใช้ประโยชน์ได้ในเวลาไม่เกินสิบนาที ดังนั้นความอยากอาหารจึงลดลง ทำให้คุณไม่รู้สึกหงุดหงิดอ่อนเพลียระหว่างก่อนเวลารับประทานอาหารมื้อใหญ่ ๆ นอกจากนี้ในแอปเปิลยังมีสารอาหารจำพวกวิตามินซี บี 6 ธาตุเหล็ก ทองแดง และโพแทสเซียม ที่ช่วยในการเผาผลาญไขมานและควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกายได้อีกด้วย

เมื่อรู้จักกับอัศวินพิชิตอ้วนทั้ง 5 ไปแล้ว เวลารับประทานอาหารที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลสูงนั้นก็ควรรับประทานอัศวินเหล่านี้เข้าไปด้วย โดยเลือกทานได้ตามความเหมาะสม เช่น ทานแอปเปิลก่อนรับประทานอาหารมื้อหลัก ใส่หอมหัวใหญ่ในไข่เจียว ใส่มะเขือทั้งหลายในแกงกะทิ มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบหลักในอาหาร คุณอาจรับประทานน้ำนมถั่วเหลืองทุกเช้าหรือเวลาหิว รับรองว่าถ้าทำได้เป็นนิสัยแล้วสุขภาพคุณจะแข็งแรงและไม่มีปัญหากับความอ้วนอีกเลย
November 29

"เอวหนา" หรือเปล่า

"เอวหนา" หรือเปล่า  
รศ.ดร. อรสา พันธ์ภักดี
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล


"ความอ้วน" นับเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่ส่งผลให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมามากมาย จากการวิจัยที่ผ่านมา เมื่อลดน้ำหนักลงได้ 10 กิโลกรัม จะทำให้ความดันตัวบนลดลง 5-20 มม.ปรอท การลดความอ้วนจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง และโรคเบาหวานได้

สังเกตว่าตัวเองอ้วนหรือไม่นั้น ดูได้จากค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และการวัดรอบเอว รอบสะโพก ซึ่งการหาค่าดัชนีมวลกายทำได้โดย ชั่งน้ำหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัม และวัดส่วนสูงที่มีหน่วยเป็นเมตร แล้วเอาน้ำหนักตั้ง หารด้วยความสูงยกกำลังสอง ในคนไทยใช้เกณฑ์ว่า ผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 23 กก./ม จัดเป็นกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน และถ้าค่าดัชนีมวลกาย มากกว่า 30 กก./ม จัดเป็นกลุ่มที่ถือว่า "อ้วน"

นอกจากนี้ อาจใช้วิธีการวัดสัดส่วนของเส้นรอบเอว กับเส้นรอบสะโพก และนำเส้นรอบสะโพกไปหาร กับเส้นรอบเอว หากได้ค่ามากกว่า 0.8 แสดงว่า "อ้วน" รอบเอวที่ใหญ่แสดงถึงการมีไขมันสะสมที่หน้าท้องมาก เพราะฉะนั้น ผู้หญิงที่เอวใหญ่กว่า 35 นิ้ว และผู้ชายที่เอวใหญ่กว่า 40 นิ้วถือว่า "อ้วนลงพุง"

ความอ้วนส่งผลให้สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง เกิดโรคได้ง่าย การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ต้องตั้งเป้าของการลดน้ำหนักให้ได้ 10% ของน้ำหนักตัวปัจจุบัน โดยให้ลดลงสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม

มีหลักการอยู่ 2 ประการ คือ การรับประทานอาหารให้มีแคลอรี่น้อยกว่าที่เคยกินอยู่ เช่น หนึ่งวันรับประทาน 2,000 แคลอรี่ ให้ลดเหลือ 1,500 แคลอรี่ ในหนึ่งสัปดาห์จะสามารถลดน้ำหนักได้ถึงครึ่งกิโลกรัม อีกประการ คือ การออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญใช้พลังงาน (ไขมัน) ที่สะสมไว้


บางคนที่ไม่ถนัดการออกกำลังกายอย่างจริงจัง อาจใช้ กิจวัตรประจำวัน มาช่วยในการเผาผลาญไขมันได้ เช่น ทำความสะอาดบ้าน ทำสวน ขึ้นบันได แต่ในคนที่ออกกำลังกายได้ ควรทำให้ต่อเนื่องนาน 30 นาที โดยอบอุ่นร่างกายก่อนออกกำลังกาย และผ่อนคลายเมื่อออกกำลังเสร็จ ควรออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย
November 25

เก็บมาฝาก

ลดความอ้วนผิดหลัก ระวังอารมณ์บูด  
หันไปทางไหนตอนนี้ก็มีแต่คนกำลังไดเอทกันทั้งนั้น…เข้าใจค่ะว่าการตุ้ยนุ้ยเกินไปนั้นเป็นบ่อเกิดของโรคต่าง ๆ มากมาย แต่ก็อย่าลืมว่าการที่คุณไดเอทจนเกินพอดีไปนั้นบางทีก็อาจส่งผลเสียได้มากเช่นกัน อย่างการไดเอทด้วยการควบคุมอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตจากวิธียอดนิยม Atkins diet (จากการประมาณพบว่าประชากรจำนวน 3 ล้านคนในประเทศอังกฤษ นิยมบริโภคอาหารแอตคิน) นั้นแม้จะสามารถทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ แต่ก็มีผลทำให้อารมณ์ของคุณไม่ดีไปด้วย

งานวิจัยของเวิร์ตแมนและคณะ ได้แสดงให้เห็นว่าการขาดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตทำให้หยุดการสร้างฮอร์โมนเซโรโทนินที่ถูกควบคุมโดยสมอง ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้เป็นสารเคมีที่มีผลต่ออารมณ์และช่วยยับยั้งความอยากอาหาร โดยการสร้างเซโรโทนินนี้จะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อรับประทานคาร์โบไฮเดรตจากธรรมชาติเท่านั้น โดยเวิร์ตแมนให้ความเห็นว่า “เมื่อเซโรโทนินถูกสร้างขึ้น และเปลี่ยนเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในสมองนั้น จะมีผลต่อความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มก่อนที่กระเพาะอาหารจะได้รับอาหารทั้งหมด และกระเพาะอาหารก็จะเกิดการขยายตัว โดยผลของเซโรโทนินนี้มีความสำคัญทั้งในการควบคุมเรื่องความเจริญอาหารและควบคุมไม่ให้ร่างกายรับประทานอาหารมากเกินไป รวมทั้งยังมีความสำคัญในการควบคุมอารมณ์ด้วย

นอกจากนี้คณะผู้วิจัยจากสถาบันเอ็มไอทียังได้ค้นพบว่าสมองสามารถสร้างสารเซโรโทนินได้ภายหลังจากการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต และควรมีปริมาณโปรตีนอยู่เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย จึงสามารถอธิบายได้ว่าทำไมคนเราจึงยังคงมีความรู้สึหิวแม้จะได้ทานเนื้อสเต็กชิ้นใหญ่แล้วก็ตาม แสดงให้เห็นว่าแม้กระเพาะอาหารจะมีอาหารอยู่ภายในจนเต็มกระเพาะแต่สมองไม่สามารถสร้างเซโรโทนินได้เพียงพอที่จะทำให้ร่งกายเกิดความรู้สึกอิ่ม

โดยทั่วไปแล้วจะพบว่าผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีเซโรโทนินในสมองน้อยกว่าผู้ชาย ดังนั้นการที่ผู้หญิงรับประทานอาหารที่มีผลทำให้ปริมาณเซโรโทนินลดลงไปกว่าเดิมก็ยิ่งทำให้ผู้หญิงรู้สึกไม่สบายตัวเท่าไหร่นัก ซึ่งจากเหตุดังกล่าว ถ้าผู้บริโภคคาร์โบไฮเดรตเปลี่ยนไปรับประทานโปรตีนแทน เขาจะกลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ขี้รำคาญ อารมณ์ไม่ดี กระสับกระส่าย และไม่อยู่นิ่ง แต่ถ้าเปลี่ยนไปรับประทานอาหารไขมันแทน เช่น เบคอน เนยแข็ง ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกเหนื่อย เซื่องซึมไม่สนใจ และเฉื่อยชาแทน

ฉะนั้นถ้าคุณอยากเป็นคนลดน้ำหนักที่อารมณ์ดีด้วยละก็ การรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่คือวิธีที่ดีที่สุด
 
No list items have been added yet.
CAR  
Photo 1 of 5
No list items have been added yet.